วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

7.3 magnitude earthquake hits near Sumatra - CNN.com

7.3 magnitude earthquake hits near Sumatra

By the CNN Wire Staff
January 10, 2012 -- Updated 1949 GMT (0349 HKT)
Click to play

(CNN) -- An earthquake with a magnitude of 7.3 struck off the western coast of northern Sumatra, the U.S. Geological Survey said.

The quake hit at 12:37 a.m. Wednesday (1:37 p.m. Tuesday ET) on the island in western Indonesia.

There were no immediate reports of damage.

The quake happened at a depth of 18.1 miles about 262 miles southwest of Banda Aceh, Sumatra, and 590 miles west of Kuala Lumpur, Malaysia.

There is no widespread tsunami threat, but a local threat is possible, the Pacific Tsunami Warning Center said.


7.3 magnitude earthquake hits near Sumatra - CNN.com

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

เธอเห็นท้องฟ้านั้นไหม


Kamolporn Banlue •♥• ✿ڿڰۣ(̆̃̃ღ ✿ڿڰۣ(̆̃̃ღ•♥• ✿ڿڰۣ(̆̃̃ღ •♥• ✿ڿڰۣ(̆̃̃ღ
♥•♥¸.•°*"˜˜"*°•.¸♥•♥¸.•°*"˜˜"*°•. ♥•♥¸.•°*"˜˜"*°•.¸♥•♥
ڿڰۣ(̆̃̃ღ [̲̅G'Night & Sweet dreamڿڰۣ(̆̃̃ღ
░╔╗╔╗╦╗░╦╗╦░╔═╔╗╔╗░╦░╦╔╗╦░╦░ ░║╦║║║║░╠╣║░╠═╚╗╚╗░╚╦╝║║║░║░ ░╚╝╚╝╩╝░╩╝╚═╚═╚╝╚╝░░╩░╚╝╚═╝░

Good night & sweet dream ka
Hope see you on tomorrow na ka
Bye for now ka
เธอเห็นท้องฟ้า นั้นไหม ฉันเก็บเอาไว้ กับเธอ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ..ฮืม ถนนสายนั้นที่ทอดยาว มีเรื่องราวของความ เป็นจริง มีเงาไม้เอาไว้ให้ พักพิง มีให้เธอเอาไว้ยาม อ่อนล้า เธอเห็นท้องฟ้า นั้นไหม เห็นเงาของเมฆ หรือเปล่า ทะเลสีครามที่่ทอดยาว เห็นความรักฉัน บ้างไหม เธอเห็นท้องฟ้า นั้นไหม ฉันเก็บเอาไว้ กับเธอ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ..ฮืม เธอเห็นท้องฟ้า นั้นไหม เห็นเงาของเมฆ หรือเปล่า ทะเลสีครามที่่ทอดยาว เห็นความรักฉัน บ้างไหม เห็นความรักฉัน บ้างไหม..
Length: ‎3:33
 

2012

 Kamolporn Banlue
♥☆•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•★♥*´¨`*•.¸¸.•★♥
`````````````` ✬` ✬ '✧ '✬
(¯`• ´¯)`• . , .•'(_¸.¤ ¤´¯) ¤(_¸.¤ ¤´¯) ¤(
( `•.¸▀█▀ ░ █░░ █▀█ █░█ █▀▀ _( *♥* )
`•.¸ )░█░ ░ █░░ █░█ █░█ █▀▀ (♥,) - (♥,)
¸.♥)▫ ▀▀▀ ░ ▀▀▀ ▀▀▀ ░▀░ ▀▀▀_(♥,)(♥,)
( `•.¸░░ █░█ █▀█ █░█░░-:¦:- -:¦:-
`•.¸ )░░ ▀█▀ █░█ █░█░░(¯`• ´¯)
¸.♥)▫ ░░ ░▀░ ▀▀▀ ▀▀▀░░`• . , .•'
(_¸.¤ ¤´¯) ¤(_¸.¤ ¤´¯) ¤(_¸.¤ ¤´¯) ¤
☆──╔══╗╔╦╗───☆──★────☆────★
──★║║║▐║▐▐─█▀ █▀▄ █ █▀ █▄─█ █▀▄ █▀
★──╚╩╩╝╠╗▐─█▀ █▀▄ █ █▀ █─▀█ █─█ ▀█
──☆────╚═╝─▀─ ▀─▀ ▀ ▀▀ ▀──▀ ▀▀─ ▀▀
>:D< >:D< >:D< >:D< >:D< >:D< >:D< >:D<
╔╗───────╔═╗──────────♡....*❤.­­¸.☆*'
║╚╦╦╦═╦═╗║═╬═╦╦╗╔╦╦═╦╦╗.*☆.❀✿❀­­❤*'
║║║║║║║╚╣║╔╣║║╔╝║║║║║║║❤*☆(¯`♥­­´¯)☆*
╚╩╩═╬╗╠╗║╚╝╚═╩╝─╠╗╠═╩═╝.....­­❤`*.¸.*´✿❤
────╚═╩═╝───────╚═╝───♡
=(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)
(▒)(█)(▒)═══(▒)(█)(▒)═══(▒)(█)(▒)═══(▒)(█)(▒)═══(▒)(█)(▒)
═(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)═════(▒)(▒)
✿.✿¯`•.¸ ¸.•´¯✿✿¯`•.¸ ¸.•´¯✿.✿✿.✿¯`•.¸ ¸.•´¯✿✿¯`•.¸ ¸.•

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ชำนาญ จันทร์เรือง: สิ่งที่เป็นความผิดในตัวเองกับสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด

ชำนาญ จันทร์เรือง: สิ่งที่เป็นความผิดในตัวเองกับสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด

โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔

สิ่งที่ถกเถียงกันจนเป็นชนวนของความแตกแยกในสังคมไทยในปัจจุบันนี้ก็คือประเด็นของการนิรโทษกรรมกับประเด็นการใช้มาตรการทางกฎหมายไปกลั่นแกล้งกันด้วยการแจ้งความดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ในข้อหาที่เรียกกันสั้นๆ ว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ซึ่งไม่มีในศัพท์ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด)

ตามทฤษฎีกฎหมายแล้ว ความผิดทางอาญามี ๒ ประเภทคือ

๑) สิ่งที่เป็นความผิดในตัวเอง (mala in se) คือความผิดที่คนทั่วไปเห็นชัดเจนว่าเป็นความผิดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยปรากฏออกมาในรูปแบบของขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี ที่ประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและเป็นเวลานาน และสิ่งที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอนั้นได้รับการยอมรับกันในสังคมว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง (opunio juris) ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนั้นก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ผิดหรือนัยหนึ่งรู้สึกว่าจำเป็นต้องปฏิบัติเช่นนั้น (opinion necessitates) เช่น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การทำร้ายผู้อื่น การลักทรัพย์หรือฉ้อโกงผู้อื่น ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสังคมใดใดจะถือว่าเป็นความผิดในตัวเองแทบทั้งสิ้น เว้นเสียว่าจะเอาเหตุผลความจำเป็นอื่นมาอ้างเพื่อเป็นข้อยกเว้น เช่น การป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ การสู้รบในสงครามซึ่งผมเห็นว่าน่าจะไม่ใช่เหตุผลที่สมควรแต่อย่างใดที่จะเอาชีวิตผู้อื่นโดยเหตุผลทางการเมืองหรือการแสวงหาอำนาจของผู้นำที่คลั่งอำนาจ รวมถึงการสู้รับเพื่อแย่งชิงเขตดินแดนที่สมมุติขึ้นในแผนที่

๒) สิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด (mala prohibita) คือความผิดที่เกิดจากการที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด โดยอาจมิได้เกี่ยวกับศีลธรรมเลย เพราะเมื่อสังคมเจริญขึ้น การติดต่อระหว่างคนในสังคมมีมากขึ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซับซ้อนยิ่งขึ้น เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตก็มีมากขึ้น ทำให้มีข้อขัดแย้งในสังคมมากขึ้น กฎเกณฑ์ที่เป็นแต่ขนบธรรมเนียมประเพณีไม่เพียงพอ จึงจำต้องมีกฎเกณฑ์ที่บัญญัติขึ้นมาทันทีเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวอย่าง เช่น กฎจราจร หรือ ความผิดตาม พรบ.การพนันฯ ซึ่งการเล่นการพนันบางอย่างในบางแห่งอาจถือเป็นความผิดเพราะสังคมนั้นเชื่อว่าการพนันเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรม แต่บางแห่งถือเป็นเรื่องธรรมดาเพราะถือว่าคนเราโตแล้วย่อมมีความรับผิดชอบในชีวิตตัวเอง และในทำนองเดียวกันก็คือ กฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี ซึ่งบางสังคมก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและบางแห่งถือว่าไม่ผิดกฎหมาย ฯลฯ

กฎเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดนี้เป็นกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง ไม่เกี่ยวกับศีลธรรมจรรยาหรือขนบธรรมเนียมประเพณี แต่เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาทันทีทันใดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบางอย่าง ไม่ใช่ว่าขับรถทางซ้ายเป็นคนดี ขับรถทางขวาเป็นคนไม่ดี ไม่ใช่เรื่องดีชั่วในตัวเอง แต่เป็นเรื่องผิดถูกเพราะกฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ทำก็ถือว่าผิด 

จากที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเราพิจารณาถึงประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงในสังคมไทยในปัจจุบัน คือ

๑) ประเด็นการนิรโทษกรรม สามารถแยกเป็นได้ ๒ กรณี คือ

๑.๑ กรณีคุณทักษิณ ในความเห็นของผมแล้วเห็นว่าเป็นกรณีที่เป็นความผิดเพราะเป็นสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด (mala prohibita) เช่น คดีผิดตามกฎหมาย ปปช.ที่กำหนดขึ้นมาเป็นการเฉพาะและอยู่ในระหว่างการหลบหนีคดี รวมทั้งคดีอื่นๆอีกหลายคดี ซึ่งการนิรโทษกรรมย่อมขึ้นกับผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ในที่นี้ย่อมหมายถึงสภานิติบัญญัติหรือรัฐสภาที่อาศัยคะแนนเสียงส่วนใหญ่เป็นผู้พิจารณา ส่วนว่าใครจะชอบใจไม่ชอบใจและผลตามมาจะเลวร้ายเกินกว่าสังคมจะรับได้หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
๑.๒) กรณี ๙๑ ศพ ในความเห็นของผมแล้วเห็นว่าเป็นกรณีที่เป็นความผิดเพราะเป็นสิ่งที่เป็นความผิดในตัวเอง (mala in se) เพราะเป็นการฆ่าคนอย่างชัดเจน ส่วนจะอ้างว่าเป็นการกระทำสมควรแก่เหตุหรือไม่นั้นย่อมต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพิพากษา และถึงแม้ว่าจะมีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมออกมางดโทษก็ตามก็ไม่อาจล่วงพ้นความรับผิดไปได้หากศาลอาญาระหว่างประเทศ(International Criminal Court-ICJ)รับไว้พิจารณา ส่วนว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะรับหรือไม่รับไว้พิจารณาเนื่องด้วยประเด็นปัญหาเขตอำนาจศาลนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

๒) ประเด็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ในความเห็นของผมแล้วเห็นว่าเป็นกรณีที่เป็นความผิดเพราะเป็นสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด (mala prohibita)อีกเช่นกัน เพราะบางประเทศก็มีสถาบันกษัตริย์และบางประเทศก็ไม่มีสถาบันกษัตริย์ ถึงแม้ว่าในแต่ละประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์ก็มีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ซึ่งของไทยเรานั้นเปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ จึงเป็นเหตุให้มีการกลั่นแกล้งกัน ทำให้ผู้ที่แสดงความเห็นโดยสุจริตใจได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งผมเห็นว่าสมควรแก้ไขกฎหมายให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองคล้ายกับคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยประกอบไปด้วยผู้แทนจากหลายฝ่าย เช่น สำนักราชเลขาธิการ ,คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สำนักงานอัยการสูงสุด, นักวิชาการ ฯลฯ ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายนี้ ผมเห็นว่าผู้ที่เชื่อว่าตนถูกกลั่นแกล้ง ควรที่จะได้ดำเนินการแจ้งความกลับผู้กล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ นี้เช่นกัน เพราะได้ทำการให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ย่อมเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย
กฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์บัญญัติขึ้น ฉะนั้น มนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ สิ่งใดที่ล้าสมัย ใช้ไปแล้วถูกตำหนิติเตียนหรือผู้คนเดือดร้อนเกินกว่าวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ให้มีการบัญญัติขึ้นมา ย่อมสมควรที่จะมีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ความยุติธรรมและสันติสุขเกิดขึ้นในสังคม หากสังคมใดยังฝืนทวนกระแสโลกก็ย่อมหาความสันติสุขได้ยากและรังแต่จะเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ต่อเพื่อนร่วมสังคมโลกว่ายังใช้กฎของป่า (Rule of Jungles) อยู่ แทนที่จะใช้ หลักนิติธรรม (Rule of Laws) ดังเช่นนานาอารยประเทศทั้งหลาย



 

ไอซีที ร่วมถกองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก

 


ไอซีที ร่วมถกองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก

 

ไอซีที แสดงบทบาทการมีส่วนร่วมในการประชุมคณะกรรมการจัดการ (MC) ของ APT ขณะที่ น.ส.อารีวรรณ ฮาวรังษี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ เป็นผู้แทนเข้าร่วม...

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้แต่งตั้งคณะผู้แทนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดการ (Management Committee: MC) ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ APT สมัยที่ 35 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พ.ย. 2554 ณ เกาะเจจู ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้

นางสาวอารีวรรณ ฮาวรังษี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ มีภารกิจสำคัญคือ การพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนงาน/โครงการ ที่จะดำเนินการในปีถัดไป และพิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับแผนงาน/โครงการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณารายงานการดำเนินการตามแผนงาน/โครงการในปีที่ผ่านมา อาทิ รายงานของเลขาธิการ APT การประชุม Asia Pacific Telecommunication and ICT Development Forum (ADF) การประชุม APT Policy and Regulatory Forum (PRF) การประชุม APT Standardization Programme (ASTAP) การประชุม APT Wireless Forum (AWF) และการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมระดับโลกต่างๆ ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ ยังมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสำนักงานเลขาธิการของ APT ด้วย

สำหรับการประชุมครั้งนี้ นางสาวอารีวรรณ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ 34 เมื่อปี 2553 ให้ดำรงตำแหน่งรองประธาน คณะกรรมการจัดการ โดยมีระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 2 ปี ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมกลุ่มแผนงาน เพื่อพิจารณาในรายละเอียดเกี่ยวกับแผนงานโครงการต่างๆ ของ APT ที่จะเนินการในปีถัดไป และได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มแผนงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการต่อไป ซึ่งนับเป็นการแสดงบทบาทที่สำคัญของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง

Tweet

 
 
ที่มา : www.thairath.co.th
วันที่ 14 Dec 2011 - 06:15

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำหวาน (Sweet Words)


-ซ ---ล ซซซซ -ล-ด -ล-ซ ---ฟ ---ร

---- ---ด รดฟด -ร-ฟ ----ฟ -ซ-ล ซลดล ซฟ-ซ

---- ดรฟซ ลซฟซ -ลลล ----- ดรฟซ ลซฟซ ฟฟฟฟ

-ด-ร -ฟ-ซ -ลดซ ลซฟร -ฟซล -ด-ร ------ ฟรฟซ

---- ----ซ ลซดซ ลซฟร ฟดฟด ฟด-ร ---ด -ท-ซ

---ฟ -ซ-ล ซลดล ซฟ-ซ -ล-ซ ฟร-ฟ -ด-ล -ซ-ฟ

----- ----- -ด-ร -ฟ-ซ -ล-ด -ล-ซ ----ฟ ----ร

----- ----ด รดฟด -ร-ฟ -ด-ร -ซ-ฟ -ม-ร -ด-ร

Thai classical music performed by Khun Phra Chuai Orchestra

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

'คู่มือ' หนุ่ม-สาวออฟฟิศเตรียมตัว 'ลุยน้ำท่วม' มาทำงาน!!!

'คู่มือ' หนุ่ม-สาวออฟฟิศเตรียมตัว 'ลุยน้ำท่วม' มาทำงาน!!!

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทำให้ หนุ่ม-สาวออฟฟิศทั้งหลายคงเดือดร้อนกันถ้วนหน้า บางคนอาจจะทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวจะแต่งอย่างไรดีในช่วงนี้ จะเดินทางกันอย่างไรให้ปลอดภัยไม่เลอะน้ำ วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาทุกคนมารู้จักสาวทำงานคนนี้ ที่ยอมรับเลยว่าเธอพร้อมจริงๆ ในการเตรียมรับมือกับมวลน้ำที่ประชิดตัวเธอ ราวกับว่าสาวคนนี้เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกลับกลายเป็นว่าเธอเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ มุมมองความคิดในการดำเนินชีวิต และการเตรียมพร้อมของสาวอารมณ์ดีคนนี้เป็นอย่างไร…?

น.ส.อุษาสิน ปริยัติ หรือ น้ำตาล ปัจจุบันเธอทำงานอยู่บริษัทเทรนด์วีจี 3 จำกัด หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าไทยรัฐออนไลน์ กับตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจ มีหน้าที่ในการทำวิจัยเกี่ยวกับภาพรวมของไทยรัฐออนไลน์

"เนื่องจากเราทำงานเกี่ยวกับข่าวสารจึงเตรียมตัวเรื่องน้องน้ำมาเยี่ยมได้สักระยะ ซึ่งเคล็ดลับของเราคือ ไม่เสพตลอดเวลาเพราะทำให้เครียด รู้แค่ว่าน้ำมันอยู่ตรงไหนมาได้อย่างไรก็พอ บ้านน้ำตาลอยู่ซอยวิภาวดี 16 ตอนแรกไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยงจนอีก 2 อาทิตย์ที่แล้วมันเสี่ยงแล้ว ก็เตรียมของดูบ้านว่าจะสู้หรือหนี ประเมินแล้วก็ตัดสินใจสู้ พอกั้นทางเข้าน้ำประมาณจากพื้น 1 เมตร แล้วเอาเครื่องสูบน้ำมารอ เสร็จแล้วจึงดูเรื่องไฟ คนอื่นก็ดูเรื่องไฟ ไฟบ้านทั่วๆ ไปมันจะต่ำ ก็ต้องคอยดูดึงสายไฟออก แต่ว่าโชคดีที่บ้านเป็นคัตเอาต์แบบแยกชั้น ยกของขึ้นที่สูงแล้วจึงเตรียมเสบียงให้ได้ 1 เดือน"

สรุปแล้วน้ำมาจริงๆ เธอก็เป็นบ้านหลังแรกๆ ที่เตรียมพร้อมรับมือ แล้วก็โดนผลกระทบจากน้ำน้อยที่สุด

หมวด : เตรียมตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าไปทำงาน

น้ำตาลเล่าให้ฟังว่า นอกจากเรื่องการเตรียมตัวเอาตัวรอดเรื่องบ้านแล้ว การแต่งตัวลุยน้ำไปทำงานในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องที่เธอแพลนมาตั้งนานแล้ว เริ่มจากเสื้อผ้าที่ต้องเลือกสวมใส่ให้สบายตัว และรู้สึกทะมัดทะแมงที่สุด เธอแนะนำดังนั้น

1.ควรใส่เสื้อสีเข้มและกางเกงขาสั้น – ผู้ชายไม่น่ามีปัญหากับเรื่องนี้ แต่สำหรับผู้หญิงถ้าใส่เสื้อผ้าสีเข้มน่าจะคล่องตัวและไม่โป๊ด้วย หากเกิดตกน้ำตกท่าข้ึนมาก็จะช่วยเซฟตัวเองด้วย ตอนแรกว่าจะใส่เลคกิ้งแต่ส่วนตัวว่าเวลามันเปียกแล้วมันคงน่ารำคาญ แต่คิดว่าพอเวลาถ้ามันเปียกจริง ถอดออกมาก็ไม่ได้ แล้วมันก็แนบอยู่กับเรา สรุปใส่ขาสั้นเวิร์กที่สุด เพราะเปียกแล้วล้างขาได้สะดวก นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่คนนึกไม่ถึงก็คือเรื่องเสื้อชูชีพมีใส่เอาไว้ก็ไม่เสียหลายเพราะจากประสบการณ์ และข่าวสารที่หาข้อมูลมา น้ำตื้นๆ ก็ทำให้คนตายได้ถ้าไม่มีสติ ดังนั้นมีเสื้อชูชีพเอาไว้ไม่เสียหลาย

2.กางเกงกันน้ำ รองเท้าบู๊ตกันน้ำ – ผู้ชายผู้หญิงก็ไม่แตกต่างกัน ถ้าให้ดีควรจะสวมชุดหมีกันน้ำการันตีว่ากันน้ำได้ดีจริง ๆ เพื่อป้องกันน้ำที่เราต้องลุยไปทำงาน

"อย่างน้ำตาลกับเพื่อนๆ ผู้ชายพอได้ชุดหมีพลาสติกที่คุณภาพดีหนาๆ หน่อยก็จะดีมาก  อย่างวันก่อนเรานั่งเรือหางยาวแล้วน้ำสาดเข้ามา แต่ใส่ชุดหมีอยู่ ถอดชุดหมีออกมาก็ไม่เปียกไม่เป็นไรเลย"

3.เครื่องประดับแนะนำให้ถอดออกให้หมด - ประเมินดูว่าของอะไรที่เราไม่อยากสูญเสียไปกับน้ำก็เก็บไว้ที่บ้าน เช่น นาฬิกา แหวน ตุ้มหู ถ้าจะใส่ก็เอาแบบไม่ยาวเกะกะ เพราะว่าจะได้ทะมัดทะแมง

4.กระเป๋ากันน้ำสำหรับทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ควรเลือกสะพายกระเป๋าแล้วอยู่ในที่สูง - ระดับที่คาดแล้วมันประมาณเอว เพราะหากคาดกระเป๋าระดับต่ำๆ อาจเสี่ยงที่กระเป๋าจะโดนน้ำขณะที่เราเดินทาง  และเพื่อไม่ให้ของในกระเป๋าตกหล่นก็ควรจะเลือกกระเป๋าแบบมีซิปก็จะดีมาก ที่สำคัญควรเป็นกระเป๋าที่กันน้ำได้ ถ้าไม่มั่นใจ ว่ากระเป๋าจะสามารถกันน้ำได้รึเปล่า ก็หาซิปล็อกมาใส่ของในกระเป๋ากันน้ำอีกทีก็ได้

5.ซองใส่มือถือใส่ซิปล็อกอันเล็ก – อย่างที่บอกบ้านน้ำตาลมีการเตรียมตัว ดังนั้นจึงมีถุงแบบมีซิปล็อกอยู่ 3 ไซส์ อันเล็กสุดเอามาใส่มือถือ และที่น้ำตาลอยากแนะนำคือที่ชาร์ตแบตพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับคนที่ใช้ไอโฟน การทำงานคือตากแดดให้มันสะสมพลังงานเอาไว้ใช้ได้ 7 ชั่วโมง ส่วนนาฬิกา เพราะคว้าบ่อยก็จะใส่ไว้อยู่ในที่เดียวกัน แล้วก็กระเป๋าตังค์ใส่ไว้อีกอันนึง เพราะถ้ามันรวมอยู่ในถุงใหญ่ควานหาแล้วมันลำบาก

6.ทิชชูเปียก และทิชชูแห้ง – มีเอาไว้เช็ดกันเลอะน้ำ พกได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพราะยามฉุกเฉินที่เลอะน้ำก็สามารถหยิบเจ้าทิชชูนี้ขึ้นมาเช็ดได้ในเวลาที่ยังไม่มีน้ำล้าง

7.ยา - แนะนำยาที่ควรจะมีก็คือยาแก้ปวดหัว ยาแก้ปวดท้อง นอกจากนี้ควรมีเบตาดีน และพลาสเตอร์ ไว้เพื่อเวลาเดินทางแล้วอาจเจออุบัติเหตุ เช่น ต้องปีนกำแพง เสี้ยนตำก็แปะๆ ไป นอกจากนั้นก็ควรมีพวกน้ำยาซลิไทเซอร์ที่ไม่ต้องใช้น้ำเป็นเจลล้างมือทั่วไป  

8.หมวกกันแดด- นั่งรถ นั่งเรือ ส่วนถ้าคุณผู้ชายหรือผู้หญิงหากผมยาวก็แนะนำให้รวบผมไว้ พยายามทำตัวให้ทะมัดทะแมงที่สุด เพราะเราไม่รู้เราจะไปเจอกับอะไร เพราะ ณ จุดนี้เราใช้รถตัวเองไม่ได้ พื้นฐานง่ายๆ เลยคือทำยังไงให้คล่องตัวที่สุด

9.เครื่องสำอาง-สำหรับสาวรักสวยรักงาม แนะนำว่าไม่ต้องพกอะไรเยอะแค่แป้งพกไว้แต่งหน้า

10.ตัดของที่ไม่จำเป็นออกไป พกสิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อความคล่องตัว

หมวด : การแต่งหน้า

เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่หยอกสำหรับเพศหญิงที่รักสาวรักงาม ดังนั้นเรื่องนี้ คุณผู้ชายกระโดดข้ามไปเลยไม่ต้องอ่านก็ได้ ทั้งนี้ สาวน้ำตาลแนะนำว่าไม่ควรแต่งหน้าหนา เพราะหากเกิดแต่งเยอะไป เราไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรระหว่างเดินทาง เกิดโดนน้ำสาดก็จะลำบากเลอะเทอะมาก ถ้าแต่งหน้าเยอะแนะนำให้พกน้ำยาล้างหน้ามาจากบ้านด้วยก็จะดี แต่แนะนำรองพื้นอ่อนๆ ทาปากเท่านั้นพอ สำหรับทรงผมของสาวๆ ก็แล้วแต่ว่าจะทำทรงไหน แต่แนะนำให้ทำทรงผมในแบบที่คล่องตัวที่สุดหรือรวบผมไปเลยก็ได้

หมวด : เดินทางไปทำงาน

การเดินทางก็ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติด้วย  และเมื่อมาถึงที่ทำงานจำเป็นมากที่จะต้องล้างมือและล้างขา ส่วนวิธีการดูแลรองเท้าบู๊ตและชุดหมีกันน้ำเพื่อไม่ให้มันชื้น ควรล้างน้ำให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง แล้วนำแป้งเด็กมาถู หรือหากที่ทำงานไม่สะดวกจะล้างทำความสะอาดก็ผึ่งไว้ก่อนก็ได้

หมวด : อาหารกลางวัน

หลายคนละเลย น้ำตาลบอกว่า ในช่วงน้ำท่วมแบบนี้ ก็ไม่ควรประมาทเช่นกันเพราะออกไปกินที่ไหนก็อาจจะเจอแต่น้ำ ทางที่ดีควรห่ออาหารมาทานจากที่บ้านคงสะดวกกว่าเดินลุยน้ำไปทานข้าว หากเบื่อกับข้าวจำเจก็ลองประยุกต์หัดคิดหัดทำอาหารแบบใหม่ แต่สาวน้ำตาลก็เตือนมาว่าอย่าใช้แก๊สเยอะเพราะเอาแก๊สไปเปลี่ยนไม่ได ้หากแก๊สหมดจะแย่ได้ เพราะว่าน้ำมันท่วม ร้านแก๊สก็ปิด

หมวด : เดินทางกลับบ้าน

สำหรับในส่วนของการเดินทางกลับบ้านแนะนำให้ควรทำทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันโจรผู้ร้ายหรือสัตว์ร้ายด้วย อาทิ มีด หรือไม้ น้ำตาลได้แนะนำว่า ควรจะมีไม้ เคาะๆ เวลาเดิน  ส่วนคนที่บ้านอยู่ไกลๆ แนะนำควรจะกลับบ้านเร็วๆ เพราะมันมืดเร็ว 

"อย่างบ้านน้ำตาลอยู่ใกล้ก็ต้องกลับก่อนเพราะว่าแม่จะกลับ คือเรือมันเป็นของบริษัท รถก็เป็นรถของบริษัท ต่อให้เรานั่งไป ก็ต้องเดินเข้าบ้าน เรื่องของเรื่องที่รีบกลับ มันมืดเร็ว แล้วเผอิญซอยบ้านน้ำตาลมันลึก มันก็เงียบเพราะว่าหน้าซอยเขาอพยพกันไปหมดแล้วประมาณ 1 กิโลจากซอยไป คราวที่แล้วเคยเดินกับแม่คือมันมืดแล้วมันก็ลึก แล้วเราก็ไม่รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรใต้พื้นรึเปล่า คนก็กลัว เพราะฉะนั้นเราต้องกลับเข้าบ้านเร็วดีที่สุด"

 

 

แต่ทว่าหากต้องเดินทางกลับบ้านมืดจริงๆ  น้ำตาลก็บอกกับเราว่า ควรมีไฟฉายเผื่อไว้ด้วย ของน้ำตาลเป็นไฟฉายแบบไม่มีถ่านใช้แรงมือ เพราะว่าเผื่อไว้ถ้าไม่มีถ่านจะทำยังไง และก็มีที่ชาร์ตแบตที่ได้มาก่อนน้ำท่วม เป็นที่ชาร์ตแบตมือถือแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ดี จะหมดปัญหารุงรังเหล่านี้ ทางที่ดีควรจะหาบัดดี้ซักคนชวนกันกลับบ้านถ้าหากได้เป็นเพศที่แข็งแรงกว่าอย่างผู้ชายก็จะดีมาก

หมวด : ถึงบ้าน

น้ำตาลบอกว่า หลังจากที่กลับบ้านควรอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกที่เราเผชิญมาทั้งวันทันที  พร้อมยังย้ำว่าน้ำที่เราอาบเราใช้มีผลต่อการที่น้ำจะซึมเข้ามาทางท่อน้ำเสียในบ้านสูง เพราะฉะนั้นต้องใช้น้ำให้น้อยกว่าเดิม

"ต้องรีบอาบหน่อย คือกลัวน้ำมันไหลไปเยอะ ไปเสริมให้มันสูง แต่ในกรณีที่บ้านคนอยู่เยอะๆ น่ากลัวกว่าบ้านน้ำตาลเยอะ บ้านน้ำตาลคนอยู่น้อย คนใช้ก็น้อยเพราะฉะนั้นเราก็ไม่ค่อยกลัวว่ามันจะล้น คือเรื่องของเรื่องถ้าน้ำมันท่วมมันล้นในท่อแล้วเดี๋ยวมันจะซึมเข้ามา และมันก็จะปล่อยไม่ได้ด้วยแล้วมันก็ซึมเข้ามาด้วย มันก็จะแย่ ก็เลยรีบอาบกันสุดฤทธิ์"

หมวด : เงินสด 

นอกเหนือจากนั้นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันในช่วงนี้ก็ไม่ควรประมาท เพราะการเดินทางไปกดเอทีเอ็มนั้นก็ลำบาก ควรจะมีเงินสดเก็บไว้ใช้จ่ายล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนด้วย

สุดท้ายบ้านหลายคนก็คงน้ำท่วมมานาน  คงจะเบื่อและเซ็งแล้ว สาวน้ำตาลคนนี้มีวิธีจัดการความคิดนี้อย่างไร มาฟังแง่คิดดีๆ จากสาวคนนี้กัน ก็เปลี่ยนมุมมอง อยู่กับมันอย่างมีความสุขดีกว่า เราอย่าไปคิดว่าน้ำมาแล้วทำให้มันเสียใจ เราต้องคิดว่าน้ำมาแล้วจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องเรียนรู้อะไรบ้างอย่างนั้นดีกว่า รู้สึกว่าเป็นความตื่นเต้น ทุกคนจะบอกว่าทำไมดูตื่นเต้นจัง หาของทั้งวันเลย มันก็ไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้น มันก็ไม่ได้สนุกมากนะ แต่เรารู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ไม่รู้อันนี้อยู่ที่ใจจริงๆ แล้วก็ต้องปลง เพราะเป็นภัยธรรมชาติ เราห้ามเขาก็ไม่ได้ เราทำใจ

 

 

 



"ต้องคิดว่า ถ้าน้ำจะมาก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด เราก็อยู่ก็ปรับตัวของเราไป ถ้าน้ำมันจะมามันก็มา เรามัวแต่คิดว่าน้ำมันจะเข้ามาแต่เราไม่ป้องกันตัวเราเอง เราก็จะเครียด ถ้าเราเตรียมพร้อมอย่างน้อยเราก็ได้ภูมิใจว่าเราทำดีที่สุดแล้ว" สาวสวยกล่าวในที่สุด

Twitter : raydo_thairath

 

 

 

โดย: ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ไลฟ์สไตล์

19 พฤศจิกายน 2554, 05:30 น.

http://m.thairath.co.th/content/life/217312