วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

คำเตือนจากบริษัทน้ำมันเชลล์ -- ต้องอ่าน!. Shell Oil Report!... (MUST READ)







 
คำเตือนจากบริษัทน้ำมันเชลล์ -- ต้องอ่าน!. Shell Oil Report!... (MUST READ)
 


ต้องอ่าน,  แม้ว่าคุณจะไม่มีรถ

 
คำเตือนจากบริษัทน้ำมันเชลล์ -- ต้องอ่าน!

แจ้งเตือนความปลอดภัย!
นี่ คือสาเหตุที่เราไม่อนุญาตให้พกโทรศัพท์มือถือใน

·
      พื้นที่ปฏิบัติการ,
·
      พื้นที่จัดการและจัดเก็บโพรพิลีนออกไซด์
·
      พื้นที่ถ่่ายโพรเพน,น้ำมันและดีเซล

บริษัท น้ำมันเชลล์เพิ่งออกคำเตือนเมื่
อเร็วๆนี้หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น3ครั้ง   ที่โทรศัพท์มือถือ (โทรศัพท์มือถือ)เกิดประกายไฟ  ทำให้ไอน้ำมันลุกเป็นไฟระหว่างการดำเนินการเติมน้ำมัน

ในกรณีแรก
 โทรศัพท์ถูกวางไว้บนฝากระโปรงหลังของรถในระหว่างการเติมน้ำมัน  พอดีมีคนโทรเข้ามาทำให้เครื่องโทรศัพท์ดัง  และเกิดไฟลุกไหม้ตามมา  ทำให้รถและปั๊มเติมน้ำมันเบนซินติดไฟไหม้ยับเยิน

ในกรณีที่สอง
 ในขณะที่เติมน้ำมันรถ  เจ้าของรถรับสายโทรศัพท์ที่เข้ามา   ทำให้ไอน้ำมันติดไฟลุกพรึ๊บขึ้นมา   เผาไหม้ใบหน้าของเขาอย่างสาหัส!




และในกรณีที่สาม
, มีคนถูกไฟไหม้ที่ต้นขาและขาหนีบ  เนื่องจากขณะที่เขาเติมน้ำมันรถของเขา
โทรศัพท์ซึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาดังขึ้น   และทำให้ไอน้ำมันติดไฟลุกพรึ๊บขึ้นมา  


คุณควรจะรู้ว่าโทรศัพท์มือถือสามารถจุดติดเชื้อเพลิงหรือไอน้ำมันลุกไหม้ได้

โทรศัพท์มือถือที่สว่างขึ้นเมื่
อเปิดหรือที่ดังขึ้นเมื่อมีสายเข้ามา  จะปล่อยพลังงานเพียงพอที่จะให้เกิดประกายไฟสำหรับจุดไฟติด



โทรศัพท์มือถือไม่ควรใช้ในสถานีเติมน้ำมัน  หรือในขณะเติมน้ำมันลงในเครื่องตัหญ้า, เรือ ฯลฯ



ไม่ควรใช้หรือควรปิดโทรศัพท์มือถือ  เมื่ออยุ่ใกล้วัสดุใดๆ ที่ปล่อยไอหรือฝุ่นที่สามารถลุกติดไฟหรือระเบิดขึ้นได้ (เช่นตัวทำละลาย, สารเคมี, แก๊ส, ฝุ่นจากธัญญะพืช, ฯลฯ .. )




สรุป มีสี่กฎเพื่อความปลอดภั ยในระหว่างการเติมน้ำมัน :

1) ดับเครื่องยนต์
2) ไม่สูบบุหรี่
3) อย่าใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ – ทิ้งมันไว้ภายในรถหรือปิดเครื่ องเสีย
4) ถ้าออกมายืนนอกรถในระหว่างการเติมน้ำมัน   อย่าเข้าไปในรถของคุณจนกว่าจะเติมน้ำมันเสร็จ



บ๊อบ Renkes แห่งสถ
​​ าบันอุปกรณ์ปิโตรเลียมกำลังเตรี ยมทำแคมเปญให้คนตระหนัก ถึงการเกิดเพลิงไหม้ที่เป็นผลมาจาก'ไฟฟ้าสถิตย์'ที่ปั๊มน้ำมัน    

บริษัท ของเขาได้วิจัย 150 กรณีของการเกิดเพลิงไหม้เหล่านี

ผลลัพธ์ที่เขาได้  เป็นที่น่าแปลกใจมาก :
1) จาก 150 กรณี  เกือบทั้งหมดเกิดกับพวกผู้หญิง
2) เกือบทุกกรณีเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถกลับเข้าไปในรถของพวกเขาในขณะที่หัวจ่ายน้ำมันยังคงจ่ายน้ำมันอยู่ .  
เมื่อหัวจ่ายน้ำมันหยุดจ่ายน้ำมัน   พวกเขาก็ออกมาจากรถเพื่อไปดึงหัวจ่ายน้ำมันออก   และไฟลุกติดขึ้น   อันเป็นผลจากไฟฟ้าสถิตย์

3) ส่วนใหญ่ใส่รองเท้าที่ส้นรองเท้าทำด้วยยาง
4) ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กลับเข้าไปในรถของพวกเขาจนกว่าจะเติมน้ ำมันเสร็จสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาไม่ค่อยประสพไฟไหม้จากสาเหตประเภทนี้

5) อย่าใช้โทรศัพท์มือถือขณะเติมน้ำมัน
6) ไอที่ระเหยออกมา่จากน้ำมัน และหากมันไปสัมผัสไฟฟ้าสถิตย์ที ่อยู่ใกล้    คือสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้

7) มี 29 ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถกลับเข้าไปในรถและหัวจ่ายน้ำมันถูกแตะต้อง
(แล้วอะไรคือ"ถูกแตะต้อง"? ถูกขยับ?) ในระหว่างการเติมน้ำมัน.   รถที่ไฟไหม้มีหลากหลายยี่ห้อและรุ่น  บางกรณีส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางกับรถ  กับสถานีและกับตัวลูกค้า
8) เกิด17 เพลิงไหม้

·
      ก่อน
·
      ระหว่างหรือ
·
      ทันทีหลังจาก
ฝาถังน้ำมันถูกถอดออกแต่ก่อนที่จะเติมน้ำมันเริ่ม ..

นาย Renkes เน้นว่า
อย่า กลับเข้ามาในรถของคุณในขณะที่น้ำมันกำลังไหล


ถ้าคุณจำเป็นต้องเข้าไปในรถของคุณในขณะที่น้ำมันกำลังไหลอยู่,ก่อนที่คุณจะดึงหัวฉีดออก
ต้องแน่ใจว่าในตอนคุณออกจากรถ คุณได้สัมผัสโลหะในขณะที่คุณปิดประตู   วิธีนี้จะถ่ายประจุของไฟฟ้าสถิตย์ออกจากร่างกายของคุณก่อนที่คุณจะยกหัวจ่ายน้ำมันขึ้นมา


ดังที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้แล้วสถาบันปิโตรเลียมอุปกรณ์พร้ อมกับหลายๆบริษัทตอนนี้กำลังพยายามอย่างมากที่จะทำให้ ประชาชนตระหนักถึงอันตรายนี้

ฉันขอให้คุณกรุณาส่งนี้ข้อมูลแก่ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนของคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่้งผู้ที่มีเด็กในรถกับพวกเขา ในขณะที่เติมน้ำมันที่ปั๊ม หากมีเกิดขึ้นกับพวกเขา  
พวกเขาอาจจะไม่สามารถที่จะเอาเด็กออกมาได้ทันเวลา
 

 

--                                               t-guy no no.gif
                        
                             
                               

-- คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม "Saendee Groups" หากต้องการโพสต์ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ saendee-groups@googlegroups.com หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ saendee-groups-unsubscribe@googlegroups.com หากต้องการดูตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่ http://groups.google.com/group/saendee-groups?hl=th



 



 

炉香赞

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

นัดฟังคำสั่งชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์คดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 52 แปลงใน ต.แม่รำพึง วันพุธ ที่ 28 กันยายน 2554 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดี 13

 
เชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจทำข่าว นัดฟังคำสั่งชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์  

กรณีชาวบ้าน อ.บางสะพาน ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ร้องสอด

คดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 52 แปลงใน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

คดีหมายเลขดำที่ 1335/2553

วันพุธ ที่ 28 กันยายน 2554 เวลา 10.00 น. 

ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดี 13

 

ปกป้องพื้นที่สาธารณะจำนวน 52 แปลง รวม 798 ไร่

บทพิสูจน์ สิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน 

สิทธิชุมชนในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน 

ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ 

เป็นเรื่องของประชาชน ชุมชนร่วมกัน หรือของรัฐฝ่ายเดียว 

__________________________________________________________________________

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553 ชาวบ้าน 12 หมู่บ้านในต.กำเนิดนพคุณ ต.ธงชัย ต.แม่รำพึง และต.พงษ์ประศาสน์  อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 33 คน ร่วมกันยื่นคำร้องสอดคดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน 52 แปลง ในพื้นที่ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีชื่อบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กับบริษัทในเครือเป็นผู้ครอบครอง คดีหมายเลขดำที่ 1335/2553 ระหว่าง บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน ผู้ฟ้องคดี กับ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี

 

เพราะเห็นว่าการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 52 แปลง ซึ่งอยู่ในเขตป่าคุ้มครองและป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าชายเลน อันเป็นสาธารณะสมบัติดั้งเดิมของชุมชน มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพ  แต่ภายหลังที่กลุ่มบริษัทสหวิริยาได้เอกสารสิทธิ์มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้นำที่ดินดังกล่าวไปใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างถนนและท่าเรือน้ำลึก อันส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากการสร้างถนนขวางคลองแม่รำพึงทำให้ระบบนิเวศของป่าชายเลนเปลี่ยนแปลงไป และได้ปิดกั้นเส้นทางระบายน้ำของ อำเภอบางสะพาน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม พื้นที่สวนและที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหาย และการสร้างท่าเรือน้ำลึกทำให้กระแสการไหลของน้ำเปลี่ยนไป จำนวนสัตว์น้ำลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ประกอบอาชีพประมง เลี้ยงปลาในกระชัง และการท่องเที่ยว 

 

ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีกลุ่มบริษัทสหวิริยาฟ้องเพิกถอนคำสั่งและแก้ไขหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส. 3 ก.) ของกรมที่ดิน ตัวแทนชาวบ้านจำนวน 33 คนจึงได้ขอร้องสอดเป็นคู่ความฝ่ายที่สามเข้าไปในคดีเพื่อจะได้มีส่วนรวมกับรัฐในการปกป้องสิทธิชุมชนและสิทธิจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 66 และ 67 ได้รับรองและคุ้มครองไว้  

 

ต่อมา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2554 คำสั่งศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ร้องสอด ด้วยเหตุว่า ผู้ร้องสอดเป็นเพียงผู้อยู่ในชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่พิพาทเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองทำประโยชน์ใน น.ส. 3 ก. จำนวน 52 แปลงที่พิพาท  และการร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อให้ได้รับการรับรองคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ ก็ไม่ได้ทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลเสียไปซึ่งความยุติธรรมจึงไม่มีสิทธิร้องสอด  โดยชาวบ้านผู้ร้องสอดได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554  ยืนยันว่าชาวบ้านและชุมชนอำเภอบางสะพาน มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 66 หรือ 67 ในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน  และกรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชนที่เกี่ยวพันกับที่ดินหรือทรัพยากรสาธารณะเป็นเรื่องของประชาชน มิใช่ปล่อยให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการอีกต่อไป  อีกทั้งยืนยันสิทธิในการปกป้องตนทั้งในขั้นตอนก่อนการพิจารณาของฝ่ายปกครองในการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ไม่ชอบและกระบวนพิจารณาของศาล เพื่อให้ยังได้รับการรับรองและคุ้มครองในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

 

เรียนเชิญท่านทำข่าว ศาลปกครองสูงสุดกำหนดนั่งฟังคำสั่งชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์นี้  ในวันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดี 13 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :        มนทนา ดวงประภา โทร. 086-5467054

                                      สงกรานต์  ป้องบุญจันทร์ โทร. 084-0166152



-- 
โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
505/12 ซอยรามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร  10310
โทร.02-3189439,02-1844523  แฟกซ์ 02-3189439
เว็บไซต์: http://www.enlawthai.org  อีเมลล์: enlawthai@gmail.com

Environmental Litigation and Advocacy for the Wants (EnLAW)
505/12  Soi Ramkhamhaeng 39  Plubpla, Wongtonglang, Bangkok 10310, Thailand
Tel. 02-3189439,02-1844523  Fax. 02-3189439
Website: http://www.enlawthai.org  Email: enlawthai@gmail.com 

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

ความจริง เริ่มโผล่ จาก การยึดปืน "ลูกซอง" ถึง คดีสังหาร 13 ศพ

 

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7601 ข่าวสดรายวัน


ความจริง เริ่มโผล่ จาก การยึดปืน "ลูกซอง" ถึง คดีสังหาร 13 ศพ




ไม่ว่าการส่งมอบสำนวนการสอบสวนคดีการเสียชีวิต 13 ศพ จากการสลายการชุมนุมเมื่อ
เดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จากกรมสอบสวนคดีพิเศษให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล

เป็นไปตามวาระ

ไม่ว่าการตรวจสอบอาวุธปืนลูกซองจำนวนกว่า 3,000 กระบอกที่ศอฉ.เรียกเก็บจากผู้ว่าราชการจังหวัดในห้วงแห่งการประกาศภาวะฉุกเฉิน ประกาศสถานการณ์ความมั่นคง เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

เป็นไปตามวาระ

เป็นไปตามวาระที่จะต้องนำสำนวนคดีการเสียชีวิต 13 ศพส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อนำฟ้องศาล เป็นไปตามวาระเพราะจากระหว่างเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันไม่ทราบว่าปืนกว่า 3,000 กระบอกไปอยู่ที่ใดบ้าง และมีการส่งคืนกลับไปยังหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ครบถ้วนหรือไม่

ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ทุกอย่างจำเป็นต้องชำระสะสาง



กล่าวสำหรับคดีการเสียชีวิต 13 ศพ มีความแตกต่างระหว่างรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างแน่นอน

รัฐบาลก่อนถือว่าเป็น "คดีพิเศษ" อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ

ความรับผิดชอบของดีเอสไอมีมากถึงระดับที่พนักงานสอบ สวนของดีเอสไอจะชันสูตรพลิกศพด้วยตนเอง

ทั้งๆ ที่ประมวลวิอาญามาตรา 104 ต้องเป็นเรื่องของตำรวจท้องที่

เมื่อในที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษไม่ยอมรับข้อเสนอจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องนี้ก็ต้องส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้เป็นเรื่องของแต่ละท้องที่จะต้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพ แล้วส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาส่งศาล

กว่าจะได้บทสรุปก็เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว



ยิ่งเรื่องปืนลูกซองกว่า 3,000 กระบอกของหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ซึ่งศอฉ.เรียกจากผู้ว่าราชการจังหวัด ยิ่งมากด้วยความละเอียดอ่อน

ละเอียดอ่อนกระทั่งนำไปสู่การย้ายอธิบดีกรมการปกครอง

"เนื่องจากช่วงที่มีการเรียกเก็บปืนคืนนั้นรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมดำเนินการสั่งเก็บ ผมก็ได้ยืนยันไปว่าผมไม่มีอำนาจสั่งการ เป็นสาเหตุ 1 ทำให้ผมถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ"

เป็นคำยืนยันจาก นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์

นี่จึงเป็นเรื่องในความรับผิดชอบของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ขณะนั้น นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการและลงนามในคำสั่ง

เป็นเรื่องที่จะต้องทำความจริงให้เป็นที่กระจ่างว่าอะไรเป็นอะไร



ทั้งหมดดำเนินไปตามกฎแห่งกรรม กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ การตายของ 13 ศพเกิดขึ้นจากการลั่นกระสุนของ ใคร คนออกคำสั่งก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ปืนกว่า 3,000 กระบอกมีชะตากรรมอย่างไร คนออกคำสั่งก็ต้องทำความกระจ่าง

มีแต่เผชิญกับความจริง มีแต่คลี่คลายความเป็นจริงออกมา ทุกอย่างจึงจะเรียบร้อย ราบรื่น


หน้า 6
http://goo.gl/d4ERm

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

Blow-Up Trailer 1966 Extended Version

Film Addict และสภากาแฟ เต็มใจเสนอ
ภาพยนตร์เรื่อง Blow up

จัดฉายประเดิมห้องสภากาแฟที่ปรับปรุงใหม่
บรรยากาศสุดสวยพร้อมหนังที่สุดยอด

วันพุธที่ 21 กันยายน 2554
ณ ห้องสภากาแฟ NOC C.7

--------------------------------------------------------------------------------------
ตัวอย่างภาพยนตร์
http://www.youtube.com/watch?v=2Xz1utzILj4&feature=related
คำโปรย
"ถ้าพูดถึงตากล้องในโลกภาพยนตร์จะไม่มีทางหนีเรื่อง Blowupในปี 1966 ได้แน่
หนังอาร์ตเฮ้าท์ที่ขายดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง มีบางโรงภาพยนตร์ในอเมริกายังฉายถึงทุกวันนี้
ด้วยความลงตัวอะไรซักอย่างมันทำให้คนรู้สึกว่า"ดูไม่รู้เรื่องวะ แต่ชอบชิบหาย"

Michelangelo Antonioni ผู้กำกับระดับครูจาก Italy ลงมือทำหนังพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องแรกในชีวิต"
------ สงวนลิงค์ที่มา เนื่องจากเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์ -----
----------------------------------------------------------------------------------