วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2553 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กำหนดการกิจกรรม
งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย  ประจำปี 2553
วันพุธที่  20  ตุลาคม  2553  เวลา 10.00 – 19.00 น.
ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 2  อิมแพ็ค  เมืองทองธานี

9.00 - 12.00 น.

Consultative Workshop on Promotion of National Innovation Systems in the Least Developed Countries of the Asia-Pacific Region
โดย MOST + APCTT-ESCAP (ห้องจูปิเตอร์ 4)

ฝึกอบรมอาชีพ
เพ้นท์รองเท้าผ้าใบ / การจัดดอกไม้สดในพิธีต่างๆ / การจัดสวนถาด / ประดิษฐ์ป้ายไม้ธรรมชาติ / กระเป๋าผ้าเพ้นสีน้ำมัน

13.00 - 17.00 น.

Consultative Workshop on Promotion of National Innovation Systems in the Least Developed Countries of the Asia-Pacific Region
โดย MOST + APCTT-ESCAP (ณ ห้อง จูปิเตอร์ 4)

Workshop เทคนิคเป่าขลุ่ยแนวใหม่ โดย อ. ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (ห้องจูปิเตอร์ 5)

การฝึกฝนทางอาชีพ
เพ้นท์รองเท้าผ้าใบ / การจัดดอกไม้สดในพิธีต่างๆ / การจัดสวนถาด / ประดิษฐ์ป้ายไม้ธรรมชาติ/ กระเป๋าผ้าเพ้นท์สีน้ำมัน

โชว์ นวัตกรรมจาก อพวช. (เวทีกลาง)




วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 08.30-16.30 น / วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จะจัดให้มีการสัมมนาเปิดตัวสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง ขึ้นในวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 08.30-16.30 น. รวมทั้งมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน “การออกแบบเพื่อนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม” และ “อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางล้อ” ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์


ทั้งนี้ ขอเชิญอาจารย์/นักวิจัยที่สนใจเข้าร่วมงานในวันและเวลาดังกล่าว ส่งแบบตอบรับหรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://164.115.5.161/limesurvey/index.php?sid=13972&newtest=Y&lang=th
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นางสาวกมลีพร สงสกุล โทร. 0-2160-5430-7 ต่อ 503 
 

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันที่ 13 - 14 ตุลาคม 2553 เวลา 08.30-16.30 น.ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์

ขอเชิญร่วมเปิดตัว "สถาบันวิทยาศาสตร์ฯ" และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จะจัดให้มีการสัมมนาเปิดตัวสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง ขึ้นในวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 08.30-16.30 น. รวมทั้งมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน “การออกแบบเพื่อนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม” และ “อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางล้อ” ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์


ทั้งนี้ ขอเชิญอาจารย์/นักวิจัยที่สนใจเข้าร่วมงานในวันและเวลาดังกล่าว ส่งแบบตอบรับหรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://164.115.5.161/limesurvey/index.php?sid=13972&newtest=Y&lang=th
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นางสาวกมลีพร สงสกุล โทร. 0-2160-5430-7 ต่อ 503



"กลไกปฏิรูปสื่อภาคพลเมือง"

วางเป้าเป็นปากเสียงแทนผู้บริโภค “ตรวจสอบ-เฝ้าระวัง-รู้เท่าทันสื่อ” ด้าน 2 นักวิชาการนิเทศฯ แนะเปิดพท.ปชช.ร่วม หนุนสร้างวัฒนธรรมคนไทยบริโภคสื่อเชิงรุก รู้จักคิดวิพากษ์สื่อเป็น ขณะที่ “วสันต์” รับสื่อมีส่วนมอมเมาคนในสังคม ทำให้รู้สึกเหมือน “วนิดา”  หวังสักวันชีวิตจะดีขึ้น

วันนี้ (6 ต.ค.) คณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน (คพส.) ร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปสื่อภาคพลเมือง จัดสัมมนาสาธารณะ “กลไกปฏิรูปสื่อภาคพลเมือง" ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ เพื่อระดมความเห็นจัดทำข้อเสนอในประเด็นต่างๆ ดังนี้ การสร้างองค์กรและเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ,การพัฒนากฎหมายและจรรยาวิชาชีพสื่อ, การคุ้มครองผู้บริโภคและตรวจสอบสื่อ, การรู้เท่าทันสื่อ และกลไกการเฝ้าระวังสื่อ

นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคพส.และประธานคณะกรรมการสื่อสารเพื่อการปฏิรูป สมัชชาปฏิรูป (คสป.) กล่าวถึงวิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางความคิดและการเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า ได้นำสังคมไปสู่การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน รวมถึงประเด็นการปฏิรูปสื่อ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายพยายาม ผลักดันให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะมีความพยายามปรับปรุงและพัฒนากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสื่อมวลชน ที่ขณะนี้ยังไม่สำเร็จเพราะการปฏิรูปสื่อจำเป็นจะต้องได้รับการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

“ขณะนี้กำลังจะเสนอปรับปรุงหลักสูตรด้านสื่อมวลชน และเสนอปรับปรุงพัฒนาการทำงานขององค์กรเฝ้าระวังการทำงานของสื่อมวลชนด้วย ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชนทั้ง 5 ชุดย่อย  ได้แก่ คณะทำงานพัฒนากลไกควบคุมกันเองทางวิชาชีพ คณะทำงานพัฒนาบุคคลากรในวิชาชีพ คณะทำงานปรับปรุงกฎหมายด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน คณะทำงานปรับปรุงกฎหมายด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และคณะทำงานพัฒนากลไกการเฝ้าระวังการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ก็กำลังประชุมขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง”

จากนั้นมีการอภิปราย เรื่อง "กลไกภาคประชาสังคมในการเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อ" โดยรศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส.และรองประธานคณะกรรมการสื่อสารเพื่อการปฏิรูป คสป. กล่าวถึงการปฏิรูปสื่อว่า ต้องเน้นการปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายสื่อ-ความเป็นเจ้าของสื่อ และการสร้างกลไกคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ต้องปฏิรูปคู่ขนานกัน ทั้งด้านสิทธิ คุณภาพของฝ่ายผู้ผลิตสื่อ และความเข้มแข็งของฝ่ายผู้รับสื่อผู้บริโภคสื่อด้วย

"ที่ผ่านมาการปฏิรูปสื่อให้ด้านผู้ผลิตพูดเท่านั้น จากนี้ควรให้ภาคประชาชนได้พูดเรื่องปฏิรูปสื่อด้วย โจทย์สำคัญปฏิรูปอีกโจทย์คือสร้างความเข้มแข็งประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล รับรู้ข้อมูลข่าวสาร  เพื่อการเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ"

ส่วนประเด็นการสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้บริโภคสื่อนั้น รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวว่า ต้องยกระดับให้เกิดองค์กรเฝ้าระวังสื่อที่มีความเป็นอิสระได้รับการยอมรับจากองค์กรวิชาชีพ วิชาการ และภาคนโยบาย โดยให้มีงบประมาณสนับสนุนที่ชัดเจนเพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนได้ โดยมีช่องทางเชื่อมต่อกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลสะท้อนกลับและเกิดการแก้ไขได้จริง ซึ่งอาจต้องมีกฎหมายรองรับเพื่อให้องค์กรนี้มีสถานะและบทบาทที่ชัดเจน

“หากรอให้ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมมีผลบังคับใช้เพื่อจัดตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลคุ้มครองผู้บริโภค อาจต้องใช้เวลานาน1-2 ปี ดังนั้นการรวมตัวของภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งองค์กรอิสระ เป็นกลไกคุ้มครองและเฝ้าระวังสื่อ น่าจะเป็นแนวทางที่เกิดได้เร็วกว่า เบื้องต้นอาจจัดตั้งเป็นสถาบันวิชาการอยู่ในสถานศึกษาก่อนเพื่อสร้างให้ภาคประชาชนเกิดองค์ความรู้และเห็นความสำคัญ”

รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ควรจะต้องเกิดขึ้นต่อไปของการปฏิรูปสื่อ คือ ควรจะต้องทำให้เกิดสถาบันทางวิชาการกับสังคมในเรื่องสื่อ, ทำให้เกิดระบบบริหารจัดการสื่อแบบมืออาชีพ, เกิดวัฒนธรรมการบริโภคสื่อเชิงรุกของคนไทย และต้องมีระบบงบประมาณสนับสนุนเรื่องสื่อที่แน่นอน

ด้านดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์  ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชนและในฐานะนักวิชาการนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ถึงฉบับปัจจุบันมีเจตนารมณ์ให้ภาคประชาชนมีสิทธิในคลื่นและดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ แต่การปฏิรูปสื่อเพื่อไปสู่แนวทางดังกล่าวก็ยังไม่บรรลุผล แม้มีหัวขบวนระดับประเทศและผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทุกจังหวัด แต่ยังขาดพลัง ขาดเอกภาพ และการมีเจ้าภาพที่ทำหน้าที่อย่างจริงจัง

ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน กล่าวถึงการปฏิรูปสื่อต้องปฏิรูปที่โครงสร้างอย่างแท้จริง โดยโครงสร้างสื่อต้องเป็นอิสระเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ ให้ประชาชนเข้ามีบทบาทในเชิงโครงสร้างนั้นด้วย เนื่องจากการปฏิรูปสื่อที่ผ่านมาไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริง ซึ่งก็เห็นด้วยหากจะมีการตั้งสถาบันอบรมเรื่องสื่อมวลชนแก่ทั้งประชาชน ตัวสื่อมวลชนในวิชาชีพ  ภาควิชาการ แต่โจทย์สำคัญการอบรมนั้นต้องเน้นสาระว่า ทำไมต้องทำ ไม่ควรเน้นที่รูปแบบว่าจะต้องอบรมอย่างไร

ปฏิรูปสื่อต้องไปให้ไกลกว่าประเด็นตัวเนื้อหาของสื่อ ทั้งในส่วนสื่อหลักและสื่อประชาชน ต้องทำให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้มากว่าแค่ชอบหรือไม่ชอบ ต้องทำให้ประชาชนรู้จักคิดวิพากษ์สื่อเป็นมากขึ้น (Critical Thinking) สิ่งนี้สำคัญมากต่อการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน อย่างไรก็ตาม การสร้างสื่อภาคประชาชนขึ้นนั้นไม่ใช่การลดคุณค่าสื่อกระแสหลัก แต่เป็นการช่วยกันสร้างสรรค์วัฒนธรรมสื่อสารในสังคม ต้องช่วยกันสร้างสังคมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสื่อหลักกับสื่อประชาชน”

ส่วนกลไกเฝ้าระวังสื่อ ดร.เอื้อจิต กล่าวว่า ภาคประชาชนไม่ควรไปทำตัวปฏิปักษ์กับสื่อ แต่ควรช่วยกันหนุนเสริมการทำงานแก่กัน ประชาชนบ่นแล้วก็ต้องทำด้วย ไม่ใช่เพียงว่าสื่อทำงานไม่ดี แต่เราทุกคนควรตั้งคำถามสะท้อนกลับไปด้วยว่าสื่อทำหน้าที่อะไรแก่พวกเราบ้าง และมีอะไรที่สื่อไม่ได้ทำบ้างต่างหาก

ส่วนนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ทีวีไทย) กล่าวว่า การปฏิรูปสื่อนั้นต้องเคลื่อนด้วยวิชาชีพและประชาชนเป็นหลัก รัฐไม่ควรเข้ามา และผู้ประกอบวิชาชีพควรจะเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะจะทำให้การถือครองสื่อกระจายตัวมากขึ้น ควรมีการจัดสรรสื่อโดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดสื่อสาธารณะมากขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ควรมีกฎหมายรับรองการทำงานของสื่อมวลชนให้มากกว่าที่มี และควรต้องปรับปรุงทำให้กลไกการควบคุมกำกับกันเองให้แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่เพียงเสือกระดาษ และควรมีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ จากภาคประชาชนคอยกำกับการนำเสนอเนื้อหาของสื่อให้อยู่ในแนวทางที่เหมาะสมและให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ

“ยอมรับว่าช่วงหลังมานี้มีการติดตาม จับจ้องเฝ้ามองการทำงานของสื่อมวลชนมากขึ้น ยอมรับ สื่อมีส่วนมอมเมาสังคม หลายครั้งที่สื่อก็มอมเมาคนในสังคมทำให้รู้สึกเหมือน วนิดา ว่า สักวันหนึ่ง ชีวิตจะดีขึ้น ดังนั้นก็ควรมีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคสื่อขึ้นด้วย”ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าว

สุดท้ายนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ควรจะต้องมีองค์กรกำกับสื่อจากภาคประชาชนเพื่อควบคุมกำกับการทำงานของสื่อมวลชนอีกชั้นหนึ่ง ให้เป็นปากเสียงแทนให้ผู้บริโภคสื่อด้วยกันได้ ส่วนสื่อภาคประชาชนนั้นต้องทำให้เป็นอิสระจากกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนให้ได้ จึงจะสื่อสารเพื่อผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยยึดสิ่งสำคัญ คือ การนำเสนอสื่อเพื่อยกระดับปัญญาของประชาชนเป็นหลัก 


วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 18.00 - 21.00 น.ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

เครือข่ายพลังบวก จัดเวทีพูดสร้างแรงบันดาลใจปลุกพลังบวกคนไทย "Ignite Thailand++ ครั้งที่ 2" วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 18.00 - 21.00 น.ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในครั้งนี้มีวิทยากรร่วมสร้างแรงบันดาลใจ 18 ท่าน ได้แก่

ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ เริ่มต้นออกเดินเท้าจาก จ.เชียงใหม่ กลับสู่บ้านเกิดที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยระยะเวลา 66 วัน ผ่านระยะทางกว่า 1,000 ก.ม. นำมาซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวตลอดระยะเวลาของการก้าวย่าง สะท้อนคุณค่าของการมีชีวิตอยู่กับชั่วขณะปัจจุบันผ่านหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" และอีกหลายเรื่องราวที่อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ค้นพบจากการสังเกตชีวิต และได้ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ เช่น "เราจะเดินไปไหน", "ประมวลความรัก" เป็นต้น

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา วิศวกรชาวไทย ผู้มีส่วนร่วมและคิดค้นระบบการลงจอดของยานอวกาศบนดาวอังคาร ร่วมกับองค์การนาซาของสหรัฐอเมริกา ผู้ก่อตั้งและบริหารโรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนสร้างคนดี ที่อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี นอกนี้ท่านยังสนใจในด้านพลังจิต-สมาธิ รวมถึงเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิภาวนามายาวนานอีกด้วย

คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม)จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกโฆษณา (เกียรตินิยมอันดับ 2) เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเล่นละครโทรทัศน์เรื่องสามใบไม่เถา เมื่อปี 2538 จากนั้นมีผลงานหลากหลาย ทั้งละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ละครเวที พิธีกร พรีเซ็นเตอร์โฆษณา ... ปี 2546 สิริยากรตั้งบริษัท บ้านอุ้ม จำกัด เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ บ้านอุ้ม และนิตยสาร OOM (โอโอเอ็ม) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้าน Baanoom Living Day และสำนักพิมพ์โอโอเอ็ม...นอกจากงานธุรกิจแล้ว สิริยากรยังให้ความสนใจกับโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ เธอก่อตั้งโครงการหางานให้คนตาบอด ประสานงานโครงการ "น้ำจิต น้ำใจ" เพื่อหารายได้สร้างสถานปฏิบัติธรรมที่ จ.ฉะเชิงเทรา... และล่าสุด เธอกำลังสนใจการใช้ชีวิตให้สอดคล้องนอบน้อมกับธรรมชาติ และตั้งใจว่าจะปลูกข้าวกินเองให้ได้ในอีกไม่ช้านี้

ดร. วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมการปฏิรูป (คปร.) ในขณะที่คนไทยเคยชินกับการพบ เห็นคนตาบอดในลักษณะต่าง ๆ เช่น เล่นดนตรี ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ แต่ครั้งหนึ่งสังคมไทยต้องตื่นเต้น และรู้สึกมหัศจรรย์ไปกับข่าวการประสบความสำเร็จของคนตาบอดที่ชื่อ "วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์" ผู้พิการตาบอดคว้าตำแหน่งที่ 1 ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนภูมิพล, เป็นผู้พิการคนที่เป็นข้าราชการคนแรกของประเทศไทย... ปัจจุบัน อาจารย์รับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ี้ นอกจากนี้อาจารย์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการผ่านองค์กรเพื่อผู้พิการ เช่น ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิเสรีภาพมนุษยชน สภาคนพิการแห่งประเทศไทย ฯลฯ

ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน)
หัวข้อ : วิจัยไทยบ้าน
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ผู้เรียกตนเองว่า “คนนอกระบบ” เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่น 1 ด้านเกษตรกรรม (การปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม) เจ้ากรมราษฎรส่งเสริม บ้านปากช่อง ต. สนามชัย อ. สตึก จ. บุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในจอมยุทธ์ปราชญ์ชาวบ้านพหุภาคีอีสานใต้ ชักชวนคนดีมารู้จักกัน ในนามเครือข่ายเฮฮาศาสตร์ นัดพบกันประจำในบล็อกลานปัญญา นำพากันไปสู่การสร้างสังคมอุดมปัญญา ปีนี้เอาใบไม้มาสับเลี้ยงโค ตัวอ้วนโตลงพุง ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ ประเทศชาติมีต้นไม้เพิ่มขึ้น


คุณธนา เธียรอัจฉริยะ
"ถ้าเราคิดว่าต้นทุนชีวิตเราไม่มาก เราก็กล้าลองมันไปเรื่อยๆ บางทีมันก็เวิร์ค หรือบางทีก็ไม่เวิร์ค แต่ทุกอย่างมันก็จะต่อยอดออกไปได้เอง..." คุณธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ซึ่งเชื่อมั่น และมักย้ำเสมอ ๆ ในหลักการเรื่องความพอดีในการใช้ชีวิต และวันนี้เขารู้สึกมีความสุขได้ในทุกวัน

คุณทนงศักดิ์ ศุภการ
นักแสดงชื่อดัง ที่มีผลงานละครอย่างต่อเนื่องมาให้ชมกัน ...นอกจากนี้ยังควบตำแหน่งช่างภาพมือทองให้กับนิตยสารพลอยแกมเพชรอีกด้วย และในอีกแง่มุมหนึ่งของคุณทนงศักดิ์ คือ การผันตัวมาวิ่ง วิ่ง และวิ่งอย่างจริงจัง ... "คน เราน่าจะมองเห็นภาพว่าความเจ็บป่วยเป็นทุกข์แค่ไหน และในทางกลับกัน การออกกำลังทำให้พวกเขาเป็นสุขและหนีจากความทุกข์ เหล่านั้นได้"... วันนี้คุณทนงศักดิ์ ไม่เพียงแค่วิ่งเพื่อตัวเองเท่านั้น การวิ่งหลายรายการของเขานอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนหันมาสนใจ สุขภาพตัวเองแล้ว ยังสร้างคุณค่าให้กับสังคมในอีกหลายด้าน หลายมุม เช่น มาราธอน เพื่อเด็กตาบอด, เสียเหงื่อเพื่อชาติ อโยธยามาราธอน เป็นต้น

คุณสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์)
"หนุ่มเมืองจันท์" เป็นนามปากกาของ คุณสรกล อดุลยานนท์ ผู้ จัดการสำนักพิมพ์มติชน บัณฑิตคณะสังคมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานเขียนเข้าตา ถึงใจของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น คอลัมภ์ยอดนิยม "ฟาสท์ฟู้ดธุรกิจ"... เดาะโลกดีดี แล้วตีลังกา, มองโลกง่าย ง่าย สบายดี, อารมณ์ดีกับชีวิต, ชีวิตไม่ยาก ถ้าตั้งโจทย์ง่าย, เหยียบโลกไว้ไม่ต้องเครียด, ความสุข ณ จุดที่ยืน, ฝันใกล้ ใกล้ ไปช้า ช้า ฯลฯ และอีกมากมายที่แค่เห็นชื่อผลงาน ก็พอจะมองเห็นถึงพลังของ Positive Thinking ในตัวหนุ่มเมืองจันท์อย่างชัดเจน

คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร
เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาโฆษณา Vitamins Consulting & Research, บรรณาธิการวารสารพลัม และอีกมุมหนึ่งของคุณจิตร์ ตัณฑเสถียร เขา คือศิษย์เอกคนหนึ่ง ของท่าน ติช นัท ฮันห์ พระอาจารย์นิกายเซน แห่งหมู่บ้านพลัม (Plum Village) และเป็นผู้แปล และถ่ายทอดผลงานเขียน “ศิลปะแห่งอำนาจ (The Art of Power)” โดยท่านติช นัท ฮันห์ ซึ่งเป็นหนังสือขายดีติดอันดับ Bestseller ของนิวยอร์คไทม์ เป็นภาษาไทย ...."หนังสือเล่มนี้เป็นดั่งระฆังแห่งสติ สมาธิ และปัญญาของพระอาจารย์ ติช นัท ฮันท์ ที่ปลุกให้เราตื่นขึ้น เพื่อดูแลรับผิดชอบชีวิตผ่านอำนาจที่ตัวเองมี ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร เราจะได้รู้จักอำนาจอย่างถ่องแท้ เรียนรู้ที่จะใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์ แทนที่จะตกเป็นเหยื่อของอำนาจ"

คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล
หัวข้อ : By Heart จากใจคนพิการ
ผู้ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรจากอุบัติเหตุ ซึ่งในปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ PWD Outsource Management Co., Ltd.บริษัท ที่ก่อตั้งโดยคนพิการเพื่อคนพิการ โดยเป็นผู้สนับสนุนเครือข่ายสินค้าเพื่อสร้างอาชีพให้กับผู้พิการ ที่ผ่านมาได้ทำโครงการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย


คุณคงยศ วงษ์วิกย์กรณ์
คุณคงยศ วงษ์วิกย์กรณ์ หรือ ป๋วย P2WARSHIP หนึ่ง ในผู้ก่อตั้งวงดนตรีครีเอทีฟอารมณ์ดี ที่สรรสร้างเพลงดี ชวนกระตุกต่อมคิด มาแล้วมากมาย ด้วยเพลงฮิตอย่าง จอมยุทธ์, อย่า อยู่ อย่าง อยาก และ ตื่นเถิดชาวยุทธ์ เป็นต้น แล้วงานนี้เขาจะมีอะไรดี ๆ มาบอกเราอีก ติดตามได้ที่นี่เท่านั้น
คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม

"ผมชอบลุยสุด ๆ ในทุกอย่างที่คนชอบบอกว่า ทำไม่ได้" ... คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม ผู้บริหารมูลนิธิ 1500 ไมล์ จากการพายเรือรอบทะเลไทยกว่า 2 ปี เพื่ออุทิศให้กับคุณแม่ของเขา ทำ ให้มีผู้คนจำนวนมากมายคอยติดตามข่าวคราวจนมีการรวมตัวของกลุ่มคนเหล่านั้น ขึ้นภายใต้ชื่อ "ชมรม 1500 ไมล์" ซึ่งมีกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่คุณรัฐภูมิยังพายเรืออยู่ จนกระทั่งหลังจากพายสุดท้ายที่เกาะช้าง ก็ยังคงมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

คุณภาณุมาศ ทองธนากุล (ใบพัด)
นักเขียนที่ประกาศตัวชัดเจนในทุกๆ เล่มว่า อยู่เคียงข้างคนขี้แพ้ คนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง และคนเก่งที่ยังหาตัวเองไม่เจอ โดยบอกเล่าเรื่องราวผ่านความเป็น “มวยรอง” ของตัวเขาเอง ด้วยอารมณ์ขันอย่างร้ายกาจ ทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดและพบคุณค่าที่พวกเขามี และล่าสุดหนังสือ "การลาออกครั้งสุดท้าย" ที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริง ได้สะท้อนข้อคิดในมุมที่หลายคนนึกไม่ถึง ช่วยกระตุ้นให้ทุกคนมาร่วมค้นหาคำตอบกับการมี “ชีวิตที่ดี” ในแบบของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับการทำงานที่ไม่ได้รักไปตลอดชีวิต!

ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ
หัวข้อ : บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน
อาจารย์ประจำสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้มีความสุขกับการเล่นดนตรีโดยเฉพาะขิม และได้แบ่งปันความสุขนั้นผ่านการถ่ายทอดบทเพลงต่างๆ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ด้วยรูปแบบที่แปลกใหม่ โดยประยุกต์ขิมซึ่งเป็นเครื่องดนตรีไทย เข้ากับดนตรีสากล เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าใครก็สามารถจุดประกายความสุขและสิ่งดีๆ ให้แก่สังคมได้จริง จากการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

คุณสมคิด ชัยจิตวนิช
“คราวนี้เอง ภาพถ่ายจะได้ทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด” คือ คำพูดของช่างภาพใจดี สมคิด ชัยจิตวนิช ผู้ก่อตั้งโครงการ กรุณาแห่งรัก (Art Care) ด้วย ความเชื่อว่า ถ้าหัวใจของทุกคนมาหลอมรวมกัน ด้วยเป้าหมายเดียว คือช่วยเยียวยาเพื่อนผู้ที่อยู่ในห้วงทุกข์กายและใจ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ไม่ยาก ... เป็นเวลากว่า 17 ปีที่สมคิดได้เดินทางเพื่อถ่ายทอดภาพชีวิตของคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาทั้งใน ประเทศไทยและอีกหลากหลายประเทศ เธอเป็นช่างภาพให้กับแผนกโฟกัส หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ก่อนจะมาเป็นช่างภาพแผนกเอาท์ลุค หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์อีกกว่า 12 ปี ปัจจุบันสมคิดสบายใจกับการทำงานที่เธอรักในฐานะช่างภาพอิสระ
คุณธวัชชัย แสงธรรมชัย

คุณธวัชชัย แสงธรรมชัย หรือ อู๋ (ทหารเอกแห่ง iCARE ) เขาคือชายธรรมดา ชาวกรุงเทพ ผู้มีชีวิตมนุษย์ออฟฟิศดั่งเช่นคนทั่วไป ได้ร่วมออกเดินทางไปกับเหล่านักอนุรักษ์ชื่อก้อง บนเรือธงแห่งการปกป้องสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซ "Rainbow Warrior" ก่อนออกเดินทาง คำถามที่มีในใจเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของพวกเขา ... ทำไมไม่ทำมาหากินเหมือนคนปกติ... นิวเคลียร์จำเป็นหรือไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย... แล้วเขาจะมาถ่ายทอดให้พวกเราฟัง กับ โครงการ Follow the Rainbow “ตามติดภารกิจนักรบสายรุ้ง”

คุณวิลาวัลย์ บุญจันทร์
ที่ ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดาวิน ชอยส์ และอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม(อิสระ) ... หลังจากใช้เวลาทุกวันพุธดูแลเด็กกำพร้าที่บ้านปากเกร็ดมากว่า 3 ปี ทำให้ค้นพบว่าความหมายของ "การให้และรักโดยปราศจากเงื่อนไข" ที่แปรเปลี่ยนเป็นความสุขที่คืนให้กับตนเองและสังคมได้อย่างเรียบง่าย เพราะเชื่อมั่นว่า งานอาสาฯที่ทำด้วยใจ ใคร ๆ ก็ทำได้ลุค แคสซาดี-ดอเรียน (Luke Cassady-Dorion)

ใน 33 ปี่ที่ผ่านมาชีวิตของลุควกไปวนมา จากบ้านที่เกิดในรัฐนิวยอร์ก ไปที่เมืองซานฟรานซิสโก แล้วในที่สุดก็มาที่กรุงเทพฯ เป็นชีวิตทีตามความสุขโดยเปิดโอกาสให้ความบังเอิญเข้ามาตลอด ตอนอายุสิบเก้าลุคเขียนหนังสือเล่มที่สองเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วออก จากมหาวิทยาลัยเพื่อไปทำงานในวงการอินเทอร์เน็ต ลุคประสบความสำเร็จอย่างมากตอนเศรษฐกิจดีแล้วประสบทุกข์อย่างมากตอนเศรษฐกิจตกต่ำ พอตระหนักว่าจะไม่เจอความสุขกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลุคได้หันมาทางโยคะ ซึ่งพาลุคไปอินเดียก่อนจากนั้นค่อยไปเมืองไทยต่อ และพอค้นพบถึงความชอบที่มีให้กับดินแดนใหม่นี้ ลุคจึงตัดสินใจกลับมาเรียนหนังสือ และได้ลงทะเบียนเรียนปริญญาตรีเอกวิชาภาษาไทยที่รามคำแหง ...



--